ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์

ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นทั้งอาจารย์ บรรณารักษ์ นักเขียน เป็นบุคคลหนึ่งในบรรดาผู้บุกเบิกงานด้านการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ดำเนินงานของภาควิชา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๒๕๒๒ ในขณะเดียวกัน ได้ดำรงตำแหน่งบรรณารักษ์ หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๑๘

คำประกาศเกียรติคุณ
ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ในวิชาบรรณารักษศาสตร์

ด้วยสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๓๘๐ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ได้พิจารณาเห็นว่า ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ยกย่องนับถือในวงการห้องสมุดและบรรณารักษศาสตร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีประวัติและผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและแก่ประเทศชาติอย่างยิ่ง สมควรได้รับการยกย่องในวงวิชาการเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตามต่อไป

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้รับปริญญามหาบัณฑิตทางบรรณารักษศาสตร์ จากวิทยาลัยซิมมอนส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ และประกาศนียบัตรวิธีสอนบรรณารักษศาสตร์ จากประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในแผนกวิชาภาษาไทยและภาษาโบราณตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ และเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์หอสมุดกลาง ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ขึ้นในคณะอักษรศาสตร์ นับเป็นสถาบันการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย จึงได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์มาตั้งแต่เริ่มแรกได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ขององค์การค้าคุรุสภา มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานด้านบรรณาธิการหนังสือเรียนทั้งหมดของกรมวิชาการและกรมอื่น ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นอาจารย์พิเศษของคณะอักษรศาสตร์

ตลอดเวลาที่ทำงาน ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้ทุ่มเทเวลาและชีวิตจิตใจให้กับงานห้องสมุด และงานของแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยภายในระยะเวลาเพียง ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕๐๗) สามารถขยายการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ในระดับต่าง ๆ คือ อนุปริญญา ปริญญาตรี และปริญญาโท ตามลำดับ ได้หมั่นปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับหลักสูตรของต่างประเทศอยู่เสมอ ได้ขวนขวายติดต่อขอทุนจากมูลนิธิและสถาบันต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก สามารถส่งอาจารย์ส่วนใหญ่ในแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ไปศึกษาและฝึกอบรมในต่างประเทศได้ต่อเนื่องกัน ซึ่งทำให้ขยายการสอนในระดับต่าง ๆ ได้รวดเร็วและผลิตผู้ไปประกอบอาชีพบรรณารักษ์ได้เป็นจำนวนมาก และมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ได้ริเริ่มจัดตั้งทุนศาสตราจารย์รอง ศยามานนท์ เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิจัยและเผยแพร่วิชาบรรณารักษศาสตร์ เพื่อนำผลประโยชน์มาเป็นทุนส่งเสริมการวิจัยของนิสิตและอาจารย์

ด้านงานสร้างสรรค์ทางด้านวิชาการนั้น ได้ริเริ่มจัดทำ "เอกสารบรรณารักษศาสตร์" และ "ข่าวสารบรรณารักษศาสตร์" ออกเผยแพร่เพื่อให้อาจารย์ นิสิต และนิสิตเก่า ได้ติดตามความรู้ ความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าในวงการห้องสมุด และบรรณารักษศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว ได้เขียนตำราทางบรรณารักษศาสตร์ไว้หลายเล่ม นับเป็นตำราเล่มแรก ๆ ในประเทศไทย เคยได้รับรางวัลในการเขียนตำราจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔ เล่ม ส่วนตำราที่เขียนขึ้น ในปัจจุบันก็ได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในทุกสถาบันการศึกษา เช่น หลักเกณฑ์การทำบัตรรายการหนังสือภาษาไทยฉบับสมบูรณ์และตัวอย่างบัตร บรรณารักษศาสตร์ภูมิหลัง การใช้บริการห้องสมุด และการเขียนรายงาน การค้นคว้า เป็นต้น นอกจากนี้ ราชบัณฑิตยสถานยังได้มอบหมายให้เขียนบทความเรื่อง "บรรณารักษ์" และ "บรรณารักษศาสตร์" ลงพิมพ์ในสารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทางด้านบทความภาษาต่างประเทศ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้เขียนบทความลงพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ ซึ่งมีผลให้วารสารไลแบรลีฮีสทอรี่ ของสหรัฐอเมริกา และวารสารอินเตอร์เนชั่นแนลไลแบรลี รีวิว ของอังกฤษ เชิญเป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการระหว่างประเทศของวารสารทั้งสองฉบับ ได้มีผู้คัดเอาข้อความในหนังสือ ตำรา ตลอดจนบทความที่เขียนไปใช้อ้างอิงในการเขียนบทความ หนังสือ และวิทยานิพนธ์อยู่เสมอ ในด้านหนังสือสารคดีสำหรับเด็กโต ซึ่งประเทศไทยยังขาดแคลนอยู่มาก ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้เขียนให้องค์การค้าของคุรุสภาจัดพิมพ์หลายเล่ม ได้ชนะการประกวดหนังสือประจำปีต่าง ๆ ถึง ๔ เล่ม คือ พระราชวังบางปะอิน ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม และอีก ๓ เล่ม คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แมวไทย และพระภูมิเจ้าที่ ได้รับรางวัลชมเชย นับได้ว่านำชื่อเสียงมาสู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในงานด้านบริการวิชาการ นอกจากสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ ถึงระดับปริญญาตรีและปริญญาโท เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของนิสิตปริญญาโท เป็นกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการของบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการของคณะอักษรศาสตร์แล้ว ยังเป็นอนุกรรมการปรับปรุงห้องสมุดประชาชนของกระทรวงศึกษาธิการหลายกรรมการ เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงห้องสมุดในสถาบันอุดมศึกษาของสภาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการร่างหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้มีส่วนในการร่วมก่อตั้งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย และทำหน้าที่เป็นกรรมการของสมาคมมาหลายสมัย ได้ช่วยในการฝึกอบรมบรรณารักษ์ ซึ่งสมาคมจัดขึ้น และร่วมมือกับสมาคมต่อสู้ให้อาชีพบรรณารักษ์เป็นที่ยอมรับนับถือเท่าเทียมกับอาชีพอื่น

ส่วนงานหอสมุดกลางซึ่งได้ทำควบคู่มากับงานแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์นั้น ได้รับแต่งตั้งเป็นบรรณารักษ์หอสมุดกลาง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ นับเป็นบรรณารักษ์คนแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ และได้กลับมาทำหน้าที่บุกเบิก และนำทางให้ห้องสมุดอื่น ๆ โดยได้นำเอาระบบการจัดห้องสมุดแบบหิ้งเปิด จัดระบบงานเป็นแผนกต่าง ๆ จัดบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า ริเริ่มจัดทำคู่มือหอสมุดกลางทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และบริการอื่น ๆ รวมทั้งจัดห้องหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยไว้สำหรับนักวิจัยได้ใช้ค้นคว้า ซึ่งมีผลให้ได้จัดรวบรวมพิมพ์หนังสือภาษาตะวันตกชื่อ บรรณานุกรมหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทย ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิมพ์เผยแพร่ไปยังประเทศต่าง ๆ

โดยเหตุที่ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นที่นับถือ และมีเกียรติคุณปรากฏในวงวิชาการบรรณารักษศาสตร์และวงการห้องสมุด ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เป็นผู้ที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประเทศชาติ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป


คำประกาศเกียรติคุณ
ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์
อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ด้วยสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ ๔๔๗ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ได้พิจารณาเห็นว่า ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในวงวิชาการบรรณารักษศาสตร์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ได้อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่วงการศึกษาบรรณารักษศาสตร์ช่วยพัฒนากิจการห้องสมุดและสมาคมวิชาชีพบรรณารักษ์ในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า สมควรได้รับการยกย่องในวงวิชาการ เป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตามต่อไป

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญามหาบัณฑิตสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จากวิทยาลัยซิมมอนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ และประกาศนียบัตรวิธีสอนบรรณารักษศาสตร์ จากโรงเรียนบรรณารักษศาสตร์ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ รับราชการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๖ จนถึง พ.ศ. ๒๕๒๑ ในตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์ และบรรณารักษ์หอสมุดกลาง อาจารย์และหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ หลังจากนั้นได้ลาออกจากราชการไปเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ขององค์การค้าของคุรุสภา ควบคุมการดำเนินงานด้านบรรณาธิการหนังสือเรียนทั้งหมดของกรมวิชาการ กรมอื่น ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการและหนังสือชุดต่าง ๆ ที่องค์การค้าของคุรุสภาจัดพิมพ์จำหน่าย จนเกษียณอายุใน พ.ศ. ๒๕๒๖

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ในขณะที่รับราชการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์ และบรรณารักษ์หอสมุดกลาง ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ ในขณะเดียวกันก็ดำรงตำแหน่งอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ ตั้งแต่เริ่มตั้งในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึง ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ด้วย ตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้น ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจ เวลา และสติปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน วิริยะ อุตสาหะ ทำให้กิจการงานของหอสมุดกลาง และภาควิชาบรรณารักษศาสตร์มีความเจริญก้าวหน้าด้วยดี เป็นผู้วางโครงการพัฒนา หอสุมดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นหอสมุดแผนใหม่ นับเป็นการวางรากฐานอันสำคัญยิ่งให้แก่หอสมุดกลาง ซึ่งต่อมาเป็นหน่วยงานหนึ่งของสถาบันวิทยบริการในปัจจุบัน

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ในฐานะอาจารย์และหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ได้เป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้บุกเบิกการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยเป็นแห่งแรก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้นำที่มีจินตนาการสร้างสรรค์ เล็งเห็นการณ์ไกล ใฝ่ใจติดตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการอยู่เสมอ ทำให้สามารถขยายการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ในระดับต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่อนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโทได้อย่างรวดเร็ว ปรับปรุงหลักสูตรและการสอนให้ทันสมัยอยู่เสมอ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นนักวิชาการซึ่งมีผลงานทางวิชาการเป็นจำนวนมาก และเป็นที่ยอมรับเชื่อถือในวงการวิชาชีพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับเชิญให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาของคณะกรรมการระหว่างประเทศของวารสารบางฉบับ ตั้งแต่สมัยแรกจนกระทั่งลาออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในด้านการส่งเสริมความรู้และการอ่านของเยาวชน ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์มีผลงานประพันธ์ประเภทสารคดี ปกิณกะคดี และหนังสือสำหรับเด็กเป็นจำนวนหลายสิบเรื่อง และหลายเรื่องได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ดีเด่น หรือรางวัลชมเชย นอกจากงานดังกล่าวแล้ว ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ยังมีส่วนร่วมในการก่อตั้งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย และร่วมเป็นกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ ได้ทำหน้าที่กรรมการด้านวิชาชีพอีกหลายกรรมการ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่นำความเจริญก้าวหน้าให้แก่วงการห้องสมุดของประเทศไทย โดยเหตุที่ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้นำที่มีเกียรติคุณดีเด่นในทางวิชาการสาขาบรรณารักษศาสตร์ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการห้องสมุด การศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ และวิชาชีพบรรณารักษ์ในประเทศไทย ตลอดจนมีส่วนเสริมสร้างความรู้ และการอ่านของเยาวชน นับได้ว่าเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป


คำกราบบังคมทูลประกาศเกียรติคุณ
ผู้ได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๘
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ด้วยสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ ๔๔๗ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประสาทปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและมีคุณธรรม ซึ่งประสบความสำเร็จในการใช้ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ สมควรได้รับการยกย่องในวงวิชาการ เป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตามต่อไป

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสเบิกผู้ได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ เข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติสืบไป ตามลำดับดังนี้

อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์

"ในฐานะอาจารย์ บรรณารักษ์ นักเขียน ซึ่งมีผลงานดีเด่นที่ประจักษ์ในทางบรรณารักษศาสตร์ เป็นผู้ที่ได้อุทิศเวลา จิตใจ และสติปัญญาให้กับงานห้องสมุด และการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ตลอดมา จนสามารถขยายการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ในระดับต่าง ๆ ได้รวดเร็ว เป็นผู้สร้างสรรค์งานด้านวิชาการบุกเบิกการจัดห้องสมุดแผนใหม่ ช่วยพัฒนากิจการห้องสมุดในประเทศให้เจริญก้าวหน้า มีส่วนร่วมในการก่อตั้งสมาคมวิชาชีพ เสริมสร้างความรู้ และการอ่านของเยาวชน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีคุณธรรมเป็นที่นับถือ และมีเกียรติคุณปรากฏในวงการบรรณารักษศาสตร์และวงการห้องสมุด ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เป็นแบบอย่างอันพึงเจริญรอยตาม โดยได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป"

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ


เกียรติคุณผลงานของบุคคลดีเด่น
ทางวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์
และสารนิเทศศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ศาสตราจารย์กิตติคุณสุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ นอกจากเป็นอาจารย์ เป็นบรรณารักษ์นักบุกเบิก และพัฒนาวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์แล้ว ยังเป็นนักเขียนบทความสารคดีทั่วไปและวรรณกรรมสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่มีผลงานมากมาย ได้รับความยกย่องอย่างมาก ได้รับรางวัลหลายครั้ง ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้ริเริ่มเปิดสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้พัฒนาภาควิชาทั้งในด้านหลักสูตร ตำราวิชาการ เอกสารประกอบการสอน และพัฒนาอาจารย์ในภาควิชา โดยการจัดหาทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศจนถึงระดับปริญญาเอกหลายคน จนกระทั่งภาควิชาสามารถเปิดสอนในระดับปริญญาโท ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพในระดับระหว่างประเทศด้วย เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ และจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเทคนิคหลายเรื่อง เช่น การจัดหมวดหมู่หนังสือและหัวเรื่องหนังสือภาษาไทย ในด้านปฏิบัติในช่วงที่ดำรงตำแหน่งบรรณารักษ์หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนางานห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดสมัยใหม่ตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการจัดการ งานเทคนิคและบริการ เริ่มการสอนวิธีใช้ห้องสมุดแก่นิสิต จัดทำคู่มือการใช้ห้องสมุดเป็นเล่มแรกในประเทศไทย เป็นผู้ร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาห้องสมุด และมาตรฐานห้องสมุด ซึ่งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้เสนอให้กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อลาออกจากราชการแล้วก็ได้อุทิศเวลาให้แก่การสร้างสรรค์วรรณกรรมสำหรับเด็ก ทั้งในฐานะบรรณาธิการและผู้เขียน มีผลงานมากมาย นอกจากนี้ยังได้อาสาสมัครรับผิดชอบในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำสารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณสุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ได้สร้างและพัฒนาบุคลากรทางวิชาชีพไว้มากมาย เป็นที่ยกย่อง นับถือทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นับเป็นบุคคลดีเด่น เป็นแบบอย่างที่ดีของการอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่สังคม

สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ

คำประกาศเกียรติคุณ
ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์
ปริญญาศิลปะศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์

ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาบรรณารักษศาสตร์ จากวิทยาลัยซิมมอนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์แผนกวิชาภาษาไทยและภาษาโบราณตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ก้าวหน้าในราชการมาโดยลำดับ จนได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตำแหน่งสูงสุดก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ

ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ มีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและบังเกิดประโยชน์ต่อวิชาบรรณารักษศาสตร์เป็นจำนวนมาก อาทิ บรรณารักษศาสตร์เบื้องต้น หลักเกณฑ์การทำบัตรรายการหนังสือภาษาไทยฉบับสมบูรณ์ วรรณกรรมทางบรรณารักษศาสตร์ไทย และบรรณารักษศาสตร์ภูมิหลัง เป็นต้น ผลงานทางวิชาการเหล่านี้ มหาวิทยาลัยทุกแห่งใช้เป็นมาตรฐานในการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เกียรติประวัติอันสำคัญยิ่งของศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ก็คือ เป็นผู้ก่อตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ขึ้นในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นการก่อตั้งแผนกวิชานี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และด้วยความเอาใจใส่ ทุ่มเทพัฒนางานวิชาการทางด้านบรรณารักษศาสตร์ของศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผลให้วิชาการสาขานี้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง จนปัจจุบันนี้วิชาบรรณารักษศาสตร์ได้เปิดสอนในมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งในประเทศไทย จึงนับได้ว่า ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้มีคุณูปการแก่วิชาบรรณารักษศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง จึงสมควรได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป


คำกราบบังคมทูลของอธิการบดี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ศาสตราจารย์ พจน์ สะเพียรชัย

สดุดีเกียรติคุณ
ผู้ได้รับพระราชทางปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำการศึกษา ๒๕๓๗
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๓๘

ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส กล่าวสดุดีเกียรติคุณของผู้ได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ โดยสังเขป

สภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๓๘ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๘ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้ประกอบกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ดังนี้

ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทำงานทั้งด้านวิชาการและด้านบริหารงานด้านบรรณารักษศาสตร์มาโดยตลอด มีผลงานทางวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวิทยาการสาขานี้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนี้วิชาบรรณารักษศาสตร์เป็นวิชาที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และได้ใช้ผลงานทางวิชาการของ ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นมาตรฐานในการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์มาจนปัจจุบัน นับได้ว่า ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งแก่วิชาบรรณารักษศาสตร์ จึงสมควรแก่การยกย่องให้ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชวโรกาสเบิกตัว ศาสตราจารย์ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

คำประกาศเกียรติคุณ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์
อักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ปี พ.ศ. ๒๕๔๐

ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นอักษรศาสตร์บัณฑิต รุ่น ๘ ในปีการศึกษา ๒๔๘๕ เป็นมหาบัณฑิต สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซิมมอนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทุนของมหาวิทยาลัยและมูลนิธิฟุลไบรท์ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ และได้รับประกาศนียบัตรวิธีสอนบรรณารักษศาสตร์จากโรงเรียนบรรณารักษศาสตร์ โคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์ และบรรณารักษ์หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์แผนกวิชาภาษาไทย ภาษาโบราณตะวันออก และอาจารย์หัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ รวมระยะเวลา ๓๕ ปี ได้เป็นผู้ริเริ่มบริการใหม่ ๆ ในหอสมุดกลาง ทำให้นิสิตหันมาสนใจใช้บริการของหอสมุดเพิ่มมากขึ้น เช่น บริการตอบคำถาม บริการช่วยค้นข้อมูล บริการหนังสือจอง บริการถ่ายเอกสาร บริการนิทรรศการ และบริการห้องสมุดดนตรี เป็นต้น เริ่มขยายการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ได้ลาออกจากราชการ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการขององค์การค้าของคุรุสภา ควบคุมการดำเนินงานด้านวิชาการ หนังสือเรียนทั้งหมดของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังคงเป็นอาจารย์พิเศษของภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ จนเกษียณในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ อาจารย์ยังมีงานตำราทางวิชาการ ที่เป็นประโยชน์แก่วงการบรรณารักษศาสตร์หลายเล่ม และยังได้เขียนหนังสือทั้งบันเทิงคดี และสารคดีในนามจริงและนามแผงหลายเรื่อง ผลงานจำนวนมากได้รับรางวัลจาการประกวดหนังสือทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น รางวัลยอดเยี่ยมจาการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เรื่อง พระราชาวังบางปะอิน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ รางวัลวรรณกรรมบัวหลวง จากเรื่อง "ช้างไทย" ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ อาจารย์ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. ๒๕๒๙

ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ นับได้ว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในวงการวิชาการบรรณารักษศาสตร์ กิจการของห้องสมุดและวิชาชีพบรรณรักษ์มาโดยตลอด รวมทั้งได้มีส่วนสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนสนใจการอ่านหนังสือ และเข้าห้องสมุดเพิ่มมากขึ้น ท่านได้ใช้พื้นความรู้ทางวิชาอักษรศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ให้บังเกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง ในการวางรากฐานทางการศึกษาวิชาความรู้แขนงต่าง ๆ สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงพิจารณาเห็นสมควรยกย่อง ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็น อักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๐

รางวัลวรรณกรรม
ของศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์

ช้างไทย. 2537. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.

ช้างไทยเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมชั้นที่ 1 ของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ประจำปี 2528 ซึ่งผู้เขียนใช้ความอุตสาหะรวบรวมข้อมูลเป็นเวลานานหลายปี โดยมุ่งมั่นที่จะให้ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับช้างอย่างสมบูรณ์ที่สุด อาทิ ลักษณะและธรรมชาติของช้าง ชีวิตความเป็นอยู่ ความสำคัญของช้างในตำนานพุทธประวัติ วรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ช้างในศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น รูปช้างในวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ ธงช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ภาพจิตรกรรม เป็นต้น เกร็ดความรู้ทั่วไป เช่น สะพานหัวช้าง ท่าช้างวังหน้า ตลอดจนรายละเอียดการสะสมวัสดุรูปช้างของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

หนังสือเล่มนี้ใช้เป็นตำราคชลักษณ์ ประกอบการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี นอกจากได้รับความรู้ทางวิชาการดังกล่าวแล้ว ผู้อ่านจะตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของช้างที่มีต่อชีวิต ความเป็นอยู่ในสังคม และวัฒนธรรมไทยเพิ่มมากขึ้น ดังที่ผู้เขียนกล่าวไว้ว่า ชนชาติไทยยอมรับนับถือช้างว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย


เที่ยวเมืองเพชร. 2536. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. (พัฒนาเยาวชน)

เพชรบุรีเป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีเรื่องเล่าขานกันมาในประวัติศาสตร์ มีมรดกตกทอดทางโบราณวัตถุสถานอันสูงค่า ปัจจุบันเพชรบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีชื่อเสียงเลื่องลือว่า มีปราสาท พระราชวัง วัดวาอาราม งดงามนัก เขาและถ้ำ หินงอก หินย้อย หาดทราย ชายทะเล และขนมหวานหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีปูชนียบุคคลที่มีประวัติและผลงานน่ายกย่อง เช่น สมเด็จเจ้าแตงโม เป็นต้น เรื่องราวของเมืองเพชรจึงเหมาะสมกับคำขวัญที่ว่า "เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรม ทะเลงาม"

เที่ยวเมืองเพชร ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น ประจำปี 2537 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ


เที่ยววัดโพธิ์. 2537. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

หนังสือเรื่องเที่ยววัดโพธิ์ ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่นประจำปี 2537 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ นำเสนอประวัติความเป็นมาของวัดกษัตริย์สร้าง คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับจารึกวัดพระเชตุพน ซึ่งเป็นแหล่งศิลปวิทยาการมากด้วยคุณค่า นำชมสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น พระพุทธไสยาสน์ ตุ๊กตาฝรั่งและจีน ภาพสลักรามเกียรติ์ กำแพงแก้ว พระวิหาร ศาลารายรอบกำแพงวัด พระตำหนักวาสุกรี เป็นต้น กล่าวถึงรายได้และบริการของวัดแก่ประชาชนด้วย อ่านแล้วก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปกรรมของไทย


พระภูมิเจ้าที่. 2526. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา. (ความรู้ไทย ลำดับที่ 2003)

หนังสือเรื่องนี้ ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีสำหรับเด็กวัยรุ่น ประจำปี 2522 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ให้ความรู้และแทรกแนวคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลพระภูมิ ซึ่งเป็นประเพณีไทยอย่างหนึ่งมาตั้งแต่โบราณกาล เริ่มตั้งแต่ตำนานการบูชาและสังเวย ความศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะและรูปแบบของศาลพระภูมิที่ได้วิวัฒนาการผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ชี้แนะให้เข้าใจว่าเป็นพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธปะปะกัน การขอให้บันดาลโชคลาภ ความสุขในสิ่งที่มุ่งหวังนั้นจะศักดิ์สิทธิ์สามารถดลบันดาลและปกป้องคุ้มครองภัยได้หรือไม่นั้น ควรพิจารณาตามหลักพุทธศาสตร์ที่ว่า กรรมคือการกระทำ ประกอบด้วยการทำดีย่อมได้รับผลดี แต่ถ้าเคยทำชั่วมามาก ก็ย่อมได้รับความทุกข์ และไม่มีโชคลาภ ถึงแม้จะได้บูชาหรือขอพรจากพระภูมิเจ้าที่ก็ตาม


พระราชวังบางปะอิน. 2525. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา. (ความรู้ไทย ลำดับที่ 1010)

พระราชวังบางปะอิน เป็นหนังสือรวบรวมประวัติความเป็นมาของพระราชวังที่งดงามวิจิตรตระการตาในรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยจีนและยุโรปรวมอยู่ในที่เดียวกัน พระราชวังบางปะอินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เขตพระราชฐานชั้นนอกและเขตพระราชฐานชั้นใน ประกอบด้วยพระที่นั่งต่าง ๆ แต่ละองค์มีรูปลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำแบบกัน โดยเฉพาะพระที่นั่งไอสวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงกลางสระน้ำ สร้างในแบบประสาทจตุรมุข เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามยิ่ง นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์หินอ่อนซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างเพื่อรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง

หนังสือเรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น ประจำปี 2518 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

เมืองไทย. 2525. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น ประจำปี 2525 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมีสาระสำคัญคือ แนะนำสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร เช่น นำชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เที่ยวลานอโศก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ย้อนอดีตภูเขาทองวัดสระเกศวรมหาวิหาร เรือสำเภาวัดยานนาวา โลหปราสาท พระตำหนักวาสุกรี นมัสการพระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นต้น ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของโบราณสถานที่น่าชื่นชมเหล่านี้ซึ่งได้ผ่านกาลเวลามาหลายรัชกาล แต่ยังคงความสง่างามทางสถาปัตยกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่เสื่อมคลาย


แมวไทย. 2536. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา. (ความรู้ไทย ลำดับที่ 3014)

“แมวเอ๋ย แมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา...” เด็ก ๆ คงจะจดจำบทดอกสร้อยนี้ได้ดี และหลายคนคงคุ้นเคยกับการเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน ท่านทราบหรือไม่ว่า แมวมีลักษณะนิสัยอย่างไร ที่ว่าแมวดีให้คุณ แมวร้ายให้โทษนั้นเป็นเช่นไร สารคดีเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดความเป็นแมวไทยไว้ทุก ๆ ด้าน แนะนำให้รู้จักตำราดูลักษณะแมวประเภทต่าง ๆ การเลี้ยงและเอาใจใส่ ประโยชน์ของแมวลักษณะดีที่มีความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งลาภยศแก่ผู้เลี้ยง แมวในสุภาษิต นิทาน พิธีกรรมต่าง ๆ หลักเกณฑ์ส่งแมวเข้าประกวด เนื้อหาตลอดเล่มมีภาพประกอบชัดเจนสวยงามทำให้ได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน มีความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

หนังสือแมวไทยนี้ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น ประจำปี 2521 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ


วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม. 2536. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา. (ความรู้ไทย ลำดับที่ 1002)

วัดพระเชตุพนวิลมลมังคลารามเป็นหนังสือสารคดีเชิงประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองของวัดโพธิ์ มรดกทางศิลปกรรมภายในวัดที่หาดูได้ยากยิ่ง รู้จักคำประพันธ์ “โคลงกลบท” ซึ่งกวีสมัยก่อนแต่งซ่อนเงื่อนซ่อนกลไว้อย่างฉลาด ได้ความรู้เกี่ยวกับตำรายาวิชาแพทย์แผนโบราณ การฝึกโยคะที่จารึกลงบนแผ่นศิลาประดับในบริเวณวัดเป็นจำนวนมาก โดยรัชกาลที่ 3 มีพระราชประสงค์พิเศษที่จะให้วัดโพธิ์เป็น “มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน” น่าเสียดายที่จารึกลบเลือนและสูญหายไปบ้างแล้ว ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ผู้เขียนได้พรรณนาไว้เป็นภาษาเรียบง่าย ชวนติดตาม หนังสือเล่มนี้จึงได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่นประจำปี 2517 จากการประกวดหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

บรรณนิทัศน์
เบญจา รุ่งเรืองศิลป์
หอสมุดกลาง สถาบันวิทยบริการ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย