ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์

ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ เป็นทั้งอาจารย์ บรรณารักษ์ นักเขียน เป็นบุคคลหนึ่งในบรรดาผู้บุกเบิกงานด้านการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ดำเนินงานของภาควิชา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๒๕๒๒ ในขณะเดียวกัน ได้ดำรงตำแหน่งบรรณารักษ์ หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๑๘

นามปากกา

  • ศุทธินี
  • ส.ลักษณ์
  • อลงกรณ์

ประวัติ

เกิดที่จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นบุตรีคนที่สองของรองอำมาตย์เอกหลวงประสานสินธุ์และนางพิสมัย อำพันวงษ์ มีพี่น้อง ๔ คน พี่สาวคนโต คือ นางสาวพิสสม เป็นอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (ถึงแก่กรรม) น้องชาย ๒ คน คือ นายพิเศษ อำพันวงษ์ เป็นสถาปนิก และนายแพทย์สุรพงษ์ อำพันวงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการแพทย์และธุรกิจต่างประเทศ เครือโรงพยาบาลพญาไท

การศึกษา

ได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนประสานอักษร ในตรอกสะพานสว่าง พระนคร เมื่อจบชั้นประถมปีที่ ๓ แล้ว ได้เข้าศึกษาชั้นมัธยมปีที่ ๑ ถึงมัธยมปีที่ ๘ ที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้รับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมปีที่ ๘ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ เพราะชอบอ่านหนังสือและรักงานประพันธ์ จึงได้เข้าศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (อ.บ.) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๖ (ปีการศึกษา ๒๔๘๕)

พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซิมมอนส์ (Simmons College) ประเทศสหรัฐอเมริกาและทุนค่าเดินทางจากมูลนิธิฟุลไบร์ทไปศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ขั้นปริญญาโท ได้รับปริญญามหาบัณฑิตสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ (M.S.in L.S.) จากวิทยาลัยซิมมอนส์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖

พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับทุนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ไปศึกษาวิธีสอนบรรณารักษศาสตร์ และบรรณารักษศาสตร์เปรียบเทียบ ณ ประเทศเดนมาร์ก เป็นเวลา ๓ เดือน ได้รับประกาศนียบัตรจากโรงเรียนบรรณารักษศาสตร์ กรุงโคเปนเฮเกน

พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

การประชุมวิชาการนานาชาติ

พ.ศ. ๒๕๐๓ ประชุมสัมมนาเรื่องพัฒนาการห้องสมุดในเอเชียใต้ ณ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย องค์การยูเนสโก เป็นผู้จัด

พ.ศ. ๒๕๐๗ ประชุมสัมมนาวิชาบรรณารักษศาสตร์ของสมาคม ASAIHL ณ กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๕๑๐ ประชุมสัมมนาเรื่องการผลิต และการจำหน่ายหนังสือในมาเลเซีย สมาคมห้องสมุดมาเลเซียจัด ณ เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

พ.ศ. ๒๕๑๐ ประชุมกลุ่มห้องสมุดของ International Congress of Orientalists ณ เมืองแอนอาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา

พ.ศ. ๒๕๑๔ ประชุม IFLA Pre-session Seminar ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ

พ.ศ. ๒๕๑๖ ประชุมกลุ่มห้องสมุด International Congress of Orientalists ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๕๑๖ ประชุม CONSAL II ณ กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

พ.ศ. ๒๕๑๗ ประชุม The First Conference of Library Cooperation ณ กรุงไทเป ประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

พ.ศ. ๒๕๑๘ ประชุม CONSAL III ณ กรุงจาร์การ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย

พ.ศ. ๒๕๑๙ ประชุม IFLA World-wide Library Seminar ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

พ.ศ. ๒๕๒๐ ประชุมและร่วมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี สมาคมห้องสมุดอังกฤษ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

การดูงานในต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๔๙๙ ไปดูงานห้องสมุด และโรงเรียนบรรณารักษศาสตร์ ณ ประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เป็นเวลา ๑ เดือน โดยทุนมูลนิธิเอเชีย

พ.ศ. ๒๕๐๔ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ถึง ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ไปดูงานเรื่องการจัดบริหารงานและดำเนินงานในห้องสมุดการสอนและการจัดหลักสูตรของโรงเรียนวิชาบรรณารักษศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และการจัดพิมพ์หนังสือของโรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ และสกอตแลนด์ ฝรั่งเศสและเยอรมัน โดยทุนของมูลนิธิเอเชีย บริติชเคาน์ซิล รัฐบาลของประเทศฝรั่งเศสและ D.A.A.D. ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ดูงานที่เมืองฮอนโนลูลู ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส ชิคาโก บลูมิงตัน เออร์บานา ดีทรอย แอนอาร์เบอร์ คลีฟแลนด์ โคลัมบัส พิตสเบอร์ก โทรอนโต บัฟฟาโล อิธากะ ซีราคิวส์ วอชิงตัน ดี.ซี. โคลัมเบีย, แคโรไลนาภาคใต้ ทัลลาแฮสซี่, ฟลอริดา เพนซิลเวเนีย นิวยอร์คและปริมณฑล นิวเฮเวน บอสตัน

พ.ศ. ๒๕๑๐ ๒๐ กรกฎาคม ถึง ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ หลังจากเข้าร่วมประชุม XXVII International Congress of Orientalists กลุ่ม Library Resources in Oriental Studies ณ มหาวิทยาลัยสหรัฐอเมริกาแล้ว ไปดูงานห้องสมุดการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ และการจัดหอจดหมายเหตุ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศจีนคณะชาติ (ไต้หวัน) ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ และประเทศเดนมาร์ก โดยทุนของบริติชเคาน์ซิลและทุนส่วนตัว

นอกจากนั้น ในระยะเวลาต่อมายังได้ดูงานการศึกษาบรรณารักษศาสตร์ และห้องสมุดในประเทศอื่น ๆ อีก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์

งานราชการและอาชีพ

พ.ศ. ๒๔๘๖ เริ่มรับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ แผนกวิชาภาษาไทยและโบราณตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ. ๒๔๙๔ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนวิชาจัดห้องสมุดแก่ผู้ประกอบอาชีพบรรณารักษ์และผู้ที่สนใจเป็นการศึกษาภาคพิเศษในตอนเย็น โดยมูลนิธิฟุลไบร์ทได้เอื้อเฟื้อส่ง ดร.แฟรนเซส แลนเดอร์ สเปน (Dr. Frances Lander Spain) อาจารย์ชาวอเมริกันมาทำการสอนเป็นคนแรก ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้ทำหน้าที่ล่ามและผู้ให้ความสะดวกแก่ผู้สอน และได้เรียนวิชาจัดห้องสมุด ๓ วิชาด้วยกัน

พ.ศ. ๒๔๙๘ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ขึ้นในคณะอักษรศาสตร์และได้เริ่มสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ระดับอนุปริญญาขึ้น ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์จึงได้ย้ายจากแผนกวิชาภาษาไทยและภาษาโบราณตะวันออก มาเป็นอาจารย์แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ ทำหน้าที่สอน ควบคุมและดำเนินกิจการในแผนกวิชาอีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการบรรณารักษ์หอสมุดกลาง หลังจากที่ได้รับปริญญาโททางบรรณารักษศาสตร์จากวิทยาลัยซิมมอนส์แล้ว ได้กลับมารับหน้าที่เดิม คือ ผู้ช่วยบรรณารักษ์ หอสมุดกลาง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการบรรณารักษ์หอสมุดกลางใน พ.ศ. ๒๔๙๙

พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นบรรณารักษ์หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแต่เดิมตำแหน่งบรรณารักษ์เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้วางโครงการจัดหอสมุดกลางให้เป็นหอสมุดแผนใหม่ เมื่อมหาวิทยาลัยได้จัดสร้างอาคารหอสมุดกลางหลังแรกขึ้น และมีพิธีเปิดใน พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยเริ่มต้นจากการจัดชั้นหนังสือเป็นแบบชั้นเปิด (Open Shelves) และได้ริเริ่มบริการใหม่ ๆ ขึ้นเป็นครั้งแรก นอกจากบริการให้ยืมหนังสือแล้วได้เปิดบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าบริการหนังสือจอง บริการนิทรรศการ จัดทำรายชื่อหนังสือพร้อมบรรณนิทัศน์สังเขปแจกเป็นครั้งคราว เช่น หนังสือชุดประชุมพงศาวดาร จัดทำดรรชนีบทความวารสาร จัดทำสหบัตรของมหาวิทยาลัยโดยนำบัตรรายการห้องสมุดคณะต่าง ๆ มาจัดรวมไว้ที่หอสมุดกลาง บริการถ่ายเอกสาร ซึ่งเริ่มจากการสั่งเครื่องถ่ายมาจากต่างประเทศ บริการห้องสมุดดนตรีบนชั้น ๓ ของอาคาร และได้จัดทำคู่มือหอสมุดกลางแจกแก่ผู้ใช้ห้องสมุด นับเป็นคู่มือการใช้ห้องสมุดเล่มแรกของประเทศไทย สำหรับงานด้านการสอน ได้ริเริ่มเปิดสอนวิชาการใช้ห้องสมุดแก่นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ชั้นปีที่ ๑

พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือของมหาวิทยาลัย เพื่อวางมาตรฐานและแบบแผนของสิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัย และเป็นผู้จัดจำหน่ายอีกด้วย

พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้เริ่มขยายการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ระดับปริญญาตรี แก่นิสิตชั้นปีที่ ๓ และปีที่ ๔ คณะอักษรศาสตร์และคณะครุศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเปิดสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ระดับปริญญาโท ในปีเดียวกันนี้

พ.ศ. ๒๕๑๐ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์

พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้เปิดสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์ ระดับประกาศนียบัตรชั้นสูงเป็นการทดแทนการศึกษาระดับอนุปริญญา ซึ่งได้ยุบเลิกไป

พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ลาออกจากตำแหน่งบรรณารักษ์หอสมุดกลาง และทำหน้าที่หัวหน้าแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ เพียงหน้าที่เดียว

พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ลาออกจากราชการไปเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการขององค์การค้าของคุรุสภา ควบคุมการดำเนินงานด้านบรรณาธิการกิจหนังสือเรียนทั้งหมด ของกรมวิชาการ และกรมอื่น ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ และหนังสือชุดต่าง ๆ ที่องค์การค้าของคุรุสภาจัดพิมพ์จำหน่าย และเป็นอาจารย์พิเศษของภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ และอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ ในสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้ลาออกจากหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ขององค์การค้าของคุรุสภา หลังจากนั้นได้เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก และเป็นประธานอนุกรรมการดำเนินงานจัดทำสารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด คือทวิติยาภรณ์ช้างเผือก และ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

งานด้านต่าง ๆ

ในระหว่างรับราชการ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ เป็นผู้หนึ่งที่ได้บุกเบิกงานห้องสมุดแผนใหม่ในประเทศไทย และได้มีส่วนเริ่มการสอนวิชาบรรณารักษศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งต่อมาได้ขยายงานสอนจากระดับอนุปริญญา เป็นปริญญาตรี ประกาศนียบัตรชั้นสูงและปริญญาโท ในขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ นอกจากจะได้ทำงานสอน งานควบคุมและกรรมการวิทยานิพนธ์ของนิสิตปริญญาโท งานพัฒนาหลักสูตร และพัฒนาภาควิชาแล้ว ยังได้ริเริ่มงานด้านต่าง ๆ ได้แก่

งานด้านเผยแพร่วิชาการ ได้ริเริ่มจัดทำสิ่งพิมพ์ทางบรรณารักษศาสตร์เผยแพร่ ซึ่งยังจัดพิมพ์ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ คือ เอกสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Papers) เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ข่าวสารบรรณารักษศาสตร์ กำหนดออกปีละ ๒ ฉบับ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นวารสารบรรณารักษศาสตร์)

งานด้านส่งเสริมวิชาการแก่อาจารย์ ได้พยายามเสาะแสวงหาทุนจากแหล่งต่าง ๆ ให้แก่อาจารย์ในภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อและฝึกงานในต่างประเทศ เป็นจำนวนหลายคน ทั้งการศึกษาระดับปริญญาโท และฝึกงาน ดูงานในต่างประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อกลับมาช่วยพัฒนาภาควิชาให้เจริญยิ่งขึ้น

ทุนไปศึกษาและดูงานในต่างประเทศเฉพาะที่ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ จัดหาให้อาจารย์ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์

๑. ทุนมูลนิธิเอเชียไปศึกษาระดับปริญญาโท ณ สหรัฐอเมริกา ๔ ทุน และทุนดูงานห้องสมุด และโรงเรียนบรรณารักษศาสตร์ ๑ ทุน

๒. ทุน AID ไปศึกษาระดับปริญญาโท ณ สหรัฐอเมริกา ๑ ทุน

๓. ทุนองค์การยูเนสโก ไปศึกษาระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ๑ ทุน เป็นเวลา ๓ เดือน

๔. ทุน International Youth Library ไปฝึกงานในห้องสมุด ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ๑ ทุน เป็นเวลา ๓ เดือน

๕. ทุน Kent State University สหรัฐอเมริกา ไปศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ระดับ Certificate of Advanced Studies ๒ ทุน และระดับปริญญาโท ๓ ทุน

๖. ทุน International House Library ไปฝึกงานห้องสมุด ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ๑ ทุน เป็นเวลา ๙ เดือน

การติดต่อขอผู้เชี่ยวชาญ

๑. ติดต่อองค์การยูเนสโกขอผู้เชี่ยวชาญมาประเมินการสอนบรรณารักษศาสตร์ และจัดทำหลักสูตรปริญญาโทบรรณารักษศาสตร์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ (Dr. Morris A. Gelfand)

๒. ติดต่อมูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ ขออาจารย์ชาวอเมริกันมาช่วยเริ่มการสอนระดับปริญญาโท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ (Dr. Frances Lander Spain)

นอกจากการหาทุนจากแหล่งต่าง ๆ แล้ว ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ยังได้พยายามจัดตั้งทุนเพื่อนำผลประโยชน์เป็นทุนช่วยการวิจัยแก่อาจารย์และนิสิตระดับปริญญามหาบัณฑิต ตลอดจนช่วยเหลือค่าเดินทางไปดูงานและสัมมนาทางวิชาการแก่อาจารย์จำนวน ๒ ทุน คือทุนศาสตราจารย์รอง ศยามานนท์ เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัย และเผยแพร่วิชาบรรณารักษศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และทุนศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖

งานวิเทศสัมพันธ์

ได้รับเชิญไปประชุมทางวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์หลายครั้ง ทำให้มีโอกาสได้พบปะบุคคลสำคัญในวงการ จนเป็นผลให้สามารถติดต่อจัดหาทุนการศึกษา และฝึกอบรม ดูงานให้แก่อาจารย์ภาควิชาได้ดังกล่าว

ในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๒๐ ได้เดินทางไปประชุมสัมมนาเกี่ยวกับบรรณารักษศาสตร์ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ๑๒ ครั้ง ได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการระหว่างประเทศของวารสาร ๒ ฉบับ ตั้งแต่เล่มแรกจนกระทั่งลาออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ Journal of Library History (สหรัฐอเมริกา) และ International Library Review (อังกฤษ)

นอกจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการแล้วศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ได้เป็นผู้หนึ่งในการดำเนินการก่อตั้งสมาคมวิชาชีพบรรณารักษ์ โดยเป็นประธานชมรมบรรณารักษ์ ก่อนที่ชมรมนี้จะขยายกิจการเป็นสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย และเคยเป็นกรรมการตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ - ๒๕๑๙ ได้แก่ตำแหน่งอุปนายก ประธานเผยแพร่วิชาการ ประธานแผนกบรรณานุกรมแห่งชาติ ประธานแผนกแลกเปลี่ยนสิ่งพิมพ์ เป็นผู้ริเริ่มและดำเนินการจัดทำวารสารบรรณพิภพ ซึ่งประกอบด้วยบรรณานุกรมและบรรณนิทัศน์สังเขปหนังสือออกใหม่ในเมืองไทย ให้สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยจัดพิมพ์ เพื่อให้บรรณารักษ์ใช้เป็นคู่มือเลือกซื้อหนังสือ นอกจากนี้ได้ทำหน้าที่กรรมการและที่ปรึกษาเกี่ยวกับบรรณารักษศาสตร์ ห้องสมุด และการพัฒนาหนังสือให้วงการต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ไม่น้อยกว่า ๑๒ กรรมการ ได้แก่

อนุกรรมการบัญญัติศัพท์บรรณารักษศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๙๖

อนุกรรมการเลขหมู่หนังสือภาษาไทยและหัวเรื่อง กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๙๖

อนุกรรมการเลือกซื้อหนังสือสำหรับห้องสมุด กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๙๖

ประธานคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาบรรณารักษศาสตร์ กรมวิเทศสหการ พ.ศ. ๒๕๐๕

ประธานคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนา และมาตรฐานห้องสมุดมหาวิทยาลัย กรมวิเทศสหการ พ.ศ. ๒๕๐๘

ประธานคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงห้องสมุดในสถาบันอุดมศึกษา สภาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๑

กรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๑๗ - ๒๕๑๘

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาคุณสมบัติ และผลงานทางวิชาการคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ.ก.ม. วิสามัญประเมินผลงานทางวิชาการ สาขาบรรณารักษศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย

ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงานทางวิชาการ สาขาบรรณารักษศาสตร์ กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ

กรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

กรรมการพิจารณาและหรือจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ

อนุกรรมการรวบรวมและค้นคว้าเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ ฯลฯ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินงานจัดทำสารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในช่วงปลายชีวิต ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้รับเป็นประธานคณะอนุกรรมการนี้เพียงกรรมการเดียว และกำลังจัดทำสารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ แก้ไขและเพิ่มเติม

ผลงานวรรณกรรม ในฐานะอาจารย์และบรรณารักษ์

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ นอกจากจะเป็นอาจารย์คนแรกที่สอนวิชาบรรณารักษศาสตร์แล้ว ยังเป็นคนแรกที่เขียนตำราบรรณารักษศาสตร์ มีผลงานเขียนทางด้านวิชาการหลายประเภท ทั้งตำรา งานวิจัย และบทความวิชาการ สำหรับตำราและงานวิจัย ได้เขียนตำราและงานวิจัยทางบรรณารักษศาสตร์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ระดับต่าง ๆ และได้มีการจัดพิมพ์ออกเผยแพร่ในวาระต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑ - ๒๕๒๔ จำนวน ๑๖ เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นตำราทางบรรณารักษศาสตร์ที่ได้รับเงินรางวัล ๔ เรื่อง ได้แก่

๑. วิชาห้องสมุด ได้รับรางวัลจากเงินทุนธนาคารมณฑล จำกัด เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ (ไม่ได้จัดพิมพ์)

๒. เลขหนังสือสำหรับหนังสือภาษาไทย ได้รับรางวัลจากเงินทุนธนาคารมณฑล จำกัด เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ จัดพิมพ์ในหนังสือหลักเกณฑ์การทำบัตรราชการสำหรับหนังสือภาษาไทย

๓. บรรณารักษศาสตร์เบื้องต้น ได้รับเงินรางวัลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๒ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิมพ์ครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ และบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ได้จัดพิมพ์ติดต่อกันมาจนถึงครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๑๕

๔. หลักเกณฑ์การทำบัตรรายการหนังสือภาษาไทยฉบับสมบูรณ์ และตัวอย่างบัตร ได้รับเงินรางวัลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐

สำหรับบทความวิชาการ ได้เขียนบทความวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเกี่ยวกับวิชาบรรณารักษศาสตร์ ลงในหนังสือและวารสารต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๑๙ จำนวน ๓๘ เรื่อง ในจำนวนนี้ได้จัดพิมพ์เป็นเอกสารบรรณารักษศาสตร์ ๓ เรื่อง ได้แก่

"Dr. Frances Lander Spain: Founder of Modern Library Service in Thailand." Library Science Papers. no. 1. 1965.

"Libraries and Librarianship in Thailand." Library Science Papers, no. 5. 1967.

"วิวัฒนาการห้องสมุดและบรรณารักษศาสตร์ในประเทศไทย." เอกสารบรรณารักษศาสตร์, เล่ม ๔. ๒๕๑๐.

และบทความในสารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒ เรื่อง คือ "บรรณารักษ์" และ "บรรณารักษศาสตร์"

ผลงานวรรณกรรม ในฐานะนักเขียน

ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ นอกจากจะมีผลงานเขียนทางด้านวิชาการแล้ว ยังมีงานประพันธ์ในฐานะนักเขียนด้วย สามารถเขียนเรื่องต่าง ๆ ได้หลายประเภท เช่น เรื่องสั้น นิทานสำหรับเด็ก บทวิจารณ์วรรณกรรม สารคดีไทยและต่างประเทศ และเป็นนักเขียนประจำคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ อีกด้วย โดยเริ่มงานเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ขณะที่เริ่มต้นทำงานที่หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานประพันธ์ในฐานะนักเขียนเรื่องแรกได้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารนิกรรายสัปดาห์ ได้แก่บทวิจารณ์พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๕ เรื่อง "เงาะป่า" หลังจากนั้นได้ทดลองเขียนเรื่องเป็นงานอดิเรก ในหนังสือพิมพ์ไทยรายวัน เรื่องที่เขียนส่วนใหญ่เป็นสารคดีไทย และสารคดีแปลจากภาษาต่างประเทศ และวรรณคดีไทย นำมาเรียบเรียงเป็นร้อยแก้ว ส่วนเรื่องสั้นที่เขียนในสมัยนั้นเคยลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามนิกรและนิตยสารรายสัปดาห์อื่น ๆ ของบริษัทไทยพาณิชยการ มีทั้งเรื่องแต่งเองและเรื่องแปล ใช้นามแฝงว่า "อลงกรณ์" เคยได้รับรางวัลในการเขียนเรื่องสั้นในหนังสือรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งใช้ชื่อเรื่องว่า "ลมหนาว" เรื่องสั้นอีก ๒ เรื่อง คือ "เมื่อดอกเชอรี่บาน" และ "ไนแอการามีมนต์ขลัง" ได้ลงพิมพ์ในนิตยสารสยามสมัยรายสัปดาห์ โดยใช้ฉากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และน้ำตกไนแอการา และใช้เพื่อน ๆ เป็นตัวละครในเรื่อง เพื่อระลึกถึงการท่องเที่ยว เมื่อครั้งที่เรียนในสหรัฐอเมริกา

ต่อมา บริษัทไทยพาณิชยการได้ออกนิตยสารสยามสมัยรายสัปดาห์ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้รับเชิญให้เขียนคอลัมน์ประจำเกี่ยวกับทัศนโลก ชีวิต ผู้หญิงและเด็ก ใช้นามปากกาว่า "ศุทธินี" ซึ่งต่อมาคอลัมน์นี้เรียกว่าคอลัมน์ศุทธินี คอลัมน์นี้ได้ลงพิมพ์เป็นประจำในนิตยสารสยามสมัย เป็นเวลาติดต่อกันเกือบ ๒๐ ปี และนับเป็นงานชิ้นเอก ได้มีการรวมพิมพ์เป็นเล่ม ชื่อ "สุดที่รัก" เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ และพิมพ์ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๕๑๗ และต่อมาได้มีการคัดเลือกบางเรื่องมาจัดพิมพ์ ใช้ชื่อเรื่องว่า "มโนทัศน์ของศุทธินี" ในปัจจุบันเป็นหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของหลายสถาบันการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับมอบหมายให้เขียนประจำคอลัมน์ชีวิตคือ การเดินทาง ในนิตยสารรจนา จนกระทั่งนิตยสารฉบับนั้นเลิกกิจการไป นอกจากนั้นได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนาสำหรับเด็กลงในพุทธรักษา เขียนสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ลงในวารสารสวิตา ตั้งแต่ฉบับแรกเป็นต้นมา

ด้านหนังสือสำหรับเด็ก ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ก็มีความสนใจเช่นกัน เคยเขียนนิทานลงพิมพ์ในชุดนิทานแสนสนุกของบริษัทประชาช่าง เคยแปลนิทานเรื่อง Uncle Remus และ Mr. Poper's Penguins เป็นภาษาไทยลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และเคยเขียนนิทานและเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ลงพิมพ์ในดรุณสาร ในระยะหลัง ๆ นี้ ได้หันมาสนใจเขียนหนังสือสำหรับเด็ก หนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา หนังสือสารคดีสำหรับเยาวชนให้กับองค์การค้าคุรุสภา และกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการจัดพิมพ์อีกหลายเล่ม หลายเรื่องได้รับรางวัล เช่น พระราชวังบางปะอิน เที่ยววัดโพธิ์ ไดรับรางวับดีเด่นประเภทสารคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แมวไทย พระภูมิเจ้าที่ เมืองไทย ได้รับรางวัลชมเชย เป็นต้น และได้รับรางวัลสารคดีสำหรับเยาวชนระดับภาค (กรุงเทพมหานคร) ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เรื่อง สมุทรปราการเมืองปากน้ำ จาก ส.ย.ช.

ด้านหนังสือส่งเสริมอาชีพของประชาชนทั่ว ๆ ไป ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ก็ให้ความสนใจในการจัดทำหนังสือชุดสำหรับชาวบ้านขององค์การค้าของคุรุสภา เป็นหนังสืออ่านที่เข้าใจง่าย จำหน่ายราคาถูก มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านในการประกอบอาชีพ สุขภาพอนามัยและความรู้ทั่วไป โดยได้เขียนเรื่อง การเลี้ยงกบ เพื่อให้ผู้สนใจในการเลี้ยงกบให้ได้ผลดีที่สุดใช้เป็นคู่มือ ซึ่งหนังสือนี้กำลังจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ ๒

พ.ศ. ๒๕๒๔ ทางราชการได้จัดงานฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี วันพระราชสมภพของพระบางสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดทำสารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (๒ เล่มจบ) และได้เขียนบทความ ๓ เรื่องในสารานุกรมนี้คือ "พระราชประวัติ" "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร, พระราชพิธีสถาปนา" และ "ลุมพินี, สวน" นอกจากนี้ยังได้รวบรวมพิมพ์อัญพจน์สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดยมอบลิขสิทธิ์ให้หอวชิราวุธานุสรณ์ด้วย

พ.ศ. ๒๕๒๕ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือชุดภาพกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี ซึ่งองค์การค้าคุรุสภาจัดพิมพ์ขึ้น

ในฐานะนักเขียน ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ ได้เขียนงานด้านต่าง ๆ ไว้มากมาย บางเรื่องได้รับความนิยม และได้ตีพิมพ์หลายครั้ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เที่ยววัดพระแก้ว แมวไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ลำใยของก้อย เป็นต้น และสารคดีบางเรื่อง เช่น ช้างไทย ได้รับรางวัลชั้นที่ ๑ ของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ประจำปี ๒๕๒๘

แม้ว่าศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ จะได้ลาออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้ว แต่ผลงานที่ท่านได้ทำไว้ในอดีตอย่างมากมาย เป็นประโยชน์ต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวาระการประชุมครั้งที่ ๓๘๐ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้พิจารณาและลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณเพื่อเป็นเกียรติสืบไป และต่อมาอีก ๖ ปี สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๔๔๗ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้พิจารณาและลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป และท่านได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๘ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในด้านวรรณกรรม แม้ว่าในช่วงหลังของชีวิต ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ จะมีสุขภาพไม่ดี ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงานวรรณกรรมอย่างมาก แต่ด้วยคุณค่าของผลงานและการอุทิศตนแก่วงการวรรณกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนาน เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นวันนักเขียน สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จึงได้มอบรางวัล "นราธิป" ประจำปี ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อยกย่องนักเขียนอาวุโสที่มีอายุ ๘๐ ปีขึ้นไป ที่มีผลงานสืบเนื่องยาวนาน และได้รับความนิยมกว้างขวางแก่ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ นับเป็นรางวัลเกียรติยศทางวรรณกรรมและเป็นรางวัลสุดท้ายของศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์