TRUELIES

8 มิถุนายน – 11 กรกฎาคม 2552

TRUELIES

นิทรรศการ ศิลปะร่วมสมัยโดย ท๊อป จ่างตระกูล, สุจินต์ วัฒนวงศ์ชัย, อภิชาติ พลประเสริฐ, สืบแสง แสงวชิระภิบาล และจิราพร เหล่าเจริญวงศ์

truelies-top02 sujin-work02 apichart-work02 suebsang-work02 getattachmentaspx02

พิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00-20.00 น.

แนวคิดในการทำงานสำหรับนิทรรศการ TRUELIES ครั้งนี้เกิดจากการสนทนากันต่อเนื่องระหว่างศิลปินทั้งห้าเกี่ยวกับ สถานการณ์ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ คำว่า “TRUELIES” เผยนัยให้เห็นปัญหาในการชี้ชัดลงไปว่าสิ่งใด คือความจริงและสิ่งใดคือความลวง โดยเฉพาะเมื่อได้สำรวจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะในแวดวงการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม หรือศาสนาก็ตาม ปรากฏการณ์ที่ยุ่งยากเหล่านี้มีทั้งผู้ที่เข้าใจและผู้ที่ยังสับสน ยิ่งในภาวะที่สร้างความ กังขาเช่นนี้ การที่จะตระหนักรู้ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ ยิ่งเป็นไปได้ยาก มีศิลปินจำนวนไม่น้อยที่ได้พยายามอธิบาย และสะท้อนปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือที่แต่ละคนรู้จักดีที่สุดซึ่งก็คือศิลปะ ทว่าก็ยังไม่สามารถยกระดับ สังคมให้ดีขึ้นได้ ฉะนั้น ศิลปินกลุ่มนี้จึงพยายามที่จะเสนอทางออกอีกครั้ง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เราทั้งหลายกำลังเผชิญอยู่

นิทรรศการ TRUELIES มีผลงานจัดแสดงในหลากหลายสื่อด้วยกัน อาทิเช่น วิดีโอ จิตรกรรม ภาพพิมพ์ งานจัดวาง และงาน interactive เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนิทรรศการ ผู้ชมจำต้องแยกแยะว่าสิ่งที่เห็นเป็นจริงหรือลวง

คนหนึ่งกำลังพูดความจริง ในขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังพูดถึงความจริง แล้วมันสำคัญไหม เหรียญมีสองหน้าเสมอ ไม่หัวก็ก้อย ทุกวันนี้ ความจริงอาจจะจริงสำหรับคนหนึ่งแต่ไม่จริงสำหรับคนอื่น เราต้องเผชิญสถานการณ์เหล่านี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งจาก ความขัดแย้งทางการเมือง วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ สงคราม และปัญหายาเสพติด สถานการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นปริศนา ทุกหน่วยเกี่ยวข้องกันเป็นความสัมพันธ์ทางสังคม แม้ว่าเหรียญจะมีสองหน้า แต่มันมักจะเป็นหัว-หัว หรือไม่ก็ก้อย-ก้อย
นิทรรศการนี้เสนอสิ่งที่ศิลปินคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน และผลกระทบที่มีแผ่ออกไปทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น นิทรรศการยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตีความเองด้วย การตั้งคำถามสังคมเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราสามารถหาความ หมายและ ตีความนิทรรศการ TRUELIES ครั้งนี้ได้

สิ่งที่ผมหวังจะได้จากนิทรรศการครั้งนี้นอกเหนือไปจากการแสดงงานกับเพื่อนที่ผมไว้ใจก็คือ การแสดงให้เห็นว่าศิลปินไม่จำ เป็นต้องมี trademark เพื่อให้คนจำได้ ผมหวังว่าศิลปินจะได้รับการจดจำจากการความกล้าเสี่ยงมากกว่าสไตล์การทำงาน ส่วนตัวทุกครั้งที่ผมไปชมนิทรรศการ ผมมักจะเห็นงานเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า ศิลปินกลายมาเป็นคนไร้ ศิลปะได้ยังไง และตั้งแต่เมื่อไรที่ศิลปินเลิกทำงานศิลปะแล้วหันมาผลิตศิลปะที่มุ่งเน้นทางด้านการตลาด

“โดยแท้จริง เราทั้งคู่เคยไม่มีความสุข”
ว่ากันจริง ๆ เลย เราเชื่อว่ามีความจริงแค่สิ่งเดียวหรือ เมื่อความจริงถูกต่อต้าน มันกลายมาเป็นคำโกหกหรือเปล่า ความจริงที่เราได้รับ ที่กระจายไปทั่วจากอินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อีเมล์ ล้วนไม่สอดคล้องกัน ในขณะที่คนเราก็ต่างเลือกข้อมูลที่คิดว่าจริงโดยยึดถือเอาตามค่านิยม รสนิยม และความเชื่อด้านการเมืองของตนเอง ความจริงที่กล่าวโดยคน ๆ หนึ่งอาจจะแสดงแนวคิดของกลุ่มที่คน ๆ นั้นเป็นสมาชิกอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นจริง เขาแค่แสดงความเห็นของเขาเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งอาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มที่ต่อต้านเมื่อข้อมูลนั้นถูกค้าน ฉะนั้น ใครบางคนก็กำลังโกหกอยู่ เราจะทำอย่างไรดีเมื่อสังคมที่เราอาศัยอยู่เต็มไปด้วยสิ่งที่ขัดแย้งและความแตกต่างเป็นสองขั้ว เราจำเป็นต้องกำจัดคนที่เราคิดว่าโกหกไหม หรือเราจะ “TRIES” (truth + lies) เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันได้
นิทรรศการนี้ต้องการ “TRIES” เพื่อให้ความกระจ่างต่อการรับรู้ของมนุษย์ที่ถูกต่อต้านที่เกิดขึ้นในสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย

ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของนิทรรศการนี้คือ ผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจะ ผ่านกระบวนการวิจารณ์งานในกลุ่มศิลปินเอง ซึ่งศิลปินแต่ละคนจะยอมรับและปรับ ปรุงแก้ไขผลงานของตนเอง หรือใช้แนวคิดและวิธีการที่ตนเองอาจไม่คุ้นเคยมาก่อน ภายใต้ระบบที่เรียกว่า “circle-curation” ซึ่งเป็นการคัดเลือกและวิจารณ์งานแบบ หมุนเวียน ผลที่เกิดจากการทำงานลักษณะนี้คือ กระบวนการสร้างสรรค์และ ลักษณะงานที่ท้าทาย ระบบการทำงานนี้อาจเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการก้าว พ้นปัญหาสังคมการเมืองที่เรากำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน

Print Friendly