ปราณ: Art, Light, Space

16 สิงหาคม – 29 กันยายน 2550
ปราณ: Art, Light, Space

โดย:
คิว ฮุย เชียน
เถกิง พัฒโนภาษ
ริชาร์ด สไตรท์แมทเตอร์-ตรัน
นพไชย อังควัฒนะพงษ์

PRANA ปราณ: Art, Light, Space เป็นนิทรรศการศิลปะว่าด้วยสัมพันธภาพระหว่าง แสง กับ space. ชื่อ ‘ปราณ’ ของนิทรรศการนี้ มาจากคำโบราณของพราหมณ์ที่กินความลุ่มลึกหลากหลายได้ตั้งแต่ ‘ลมหายใจ’ ไปจนถึง ‘พลังแห่งชีวิต’ ซึ่งมีนัยพินิจทางจิตวิญญาณ ทั้งอาจมีนิรุกติสัมพันธ์กับ pneumatic ซึ่งเบ่งออกจากคำกรีกโบราณ pneuma อันแปลได้คล้ายกันว่า อากาศ, วิญญาณ หรือ พลังแห่งชีวิต. นอกจากนี้ ปราณ ยังอาจมีนัยเนื่องกับคำอื่นอีก เช่น ethereal ซึ่งหมายถึง เบาบาง จับต้องไม่ได้ หรือ เหนือโลก. PRANA ปราณ: Art, Light, Space มุ่งสำรวจสภาวะอันไร้วัตถุสภาพ (immaterial); ภาพสะท้อนของสภาวะที่อาจรู้สึกได้ แต่ไร้สิ่งใดให้จับต้อง

ในยุคเรานี้ที่มักโมเมกันว่าเป็นยุคโลกาภิวัตน์, หลายคนก็เหมาเอาว่า ที่เรารับอิทธิพลและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามชาติกันจ้าละหวั่นนั่นแหละ ที่เป็นบริบทให้เราพินิจศิลปะร่วมสมัยได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว. ยิ่งโมเมกันอย่างนี้ก็ยิ่งยั่วให้หลายคนวิเคราะห์เจาะลึกลงไปว่า “แล้วจุดยืนกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม(ของใคร)จะเหลือหรือ?” PRANA ปราณ: Art, Light, Space ทำได้เพียงพยักเพยิดว่าแนวคิดที่ต่างสุดโต่ง ยังต้องดำรงร่วมกันอยู่ แต่ไม่ยอมรับหน้าที่ลดแรงตึงเครียดต่างขั้ว. ศิลปินทั้งสี่ จะเผยให้เราเห็นบริบททางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันมีหลากมุมหลายมิติ โดยสร้างศิลปะให้เรารู้สึกราวกับว่าแรงโน้มถ่วงเลือนหายไป, ส่อนัยสู่สภาพไร้ที่สิ้นสุด และ สภาวะจิตอันหยุดนิ่งดิ่งในภวังค์.

นพไชย อังควัฒนะพงษ์ (ไทย) ใช้แสงทดลองสร้างสีสันอันอาจรับรู้ได้ด้วยกายสัมผัส. ริชาร์ด สเตรทแมทเทอร์-ตรัน (อเมริกัน-เวียดนาม) เสนอภาพยนตร์บันทึกแสงนีออนกระพริบ – ภาพดาษดื่นที่ดูคล้ายไร้ความหมาย แต่ตรึงตาตรึงใจ. เถกิง พัฒโนภาษ (ไทย) สร้างภาพลวงจากความกลวง, งานใหม่ที่หยั่งรากลงในปฏิมาวิถีของเอเชียอาคเนย์โบราณ. และ คิว ฮุย เชียน (สิงคโปร์) สร้าง installation ที่จะพลิกผันประสบการณ์ให้เรารับรู้ ระหว่าง สิ่งที่ดำรงอยู่ กับ สิ่งที่เว้นหายไป.

Print Friendly