Oscillation

Postcard - Front_outlined

Oscillation

ศิลปิน: อานนท์ นงค์เยาว์, เถกิง พัฒโนภาษ, สเตฟานี โพเวลล์ และเออิจิ ซูมิ กับ ฮิโรชิ มิยาตะ
ภัณฑารักษ์: วุธ ลีโน
ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แสดงงาน 13 พฤษภาคม – 18 มิถุนายน 2559
วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2559 
การเสวนาโดยศิลปินและภัณฑารักษ์: 17.00-18.30 น.
พิธีเปิดนิทรรศการ: 18.45-20.30 น.

 

Oscillation พิจารณาการเลื่อนไหลไปมาระหว่างจุดอ้างอิงและความคิดอันมากมายอย่างไม่หยุด นิ่ง อันเป็นภาวะที่ความหมายถูกสร้างขึ้นและผลิตซ้ำ นิทรรศการนำเสนอสภาวะของความไม่คงที่ในฐานะสิ่งที่มีศักยภาพในการสร้าง ซึ่งทั้งท้าทายและปรับเปลี่ยนความเข้าใจของเราอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ นิทรรศการยังเปิดใจรับวิถีของการกลายเป็นและไม่เป็น รวมถึงต่อต้านเสถียรภาพและความลงรอยเพื่อนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่อาจเกิดหรือ ไม่เกิดขึ้นและความเป็นไปได้อื่นๆ

 

Oscillation ประกอบไปด้วยผลงานใหม่ที่ทำขึ้นเพื่อนิทรรศการนี้โดยศิลปิน 5 ท่าน จากประเทศไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา แนวทางที่หลากหลายของศิลปินแต่ละคนมุ่งสำรวจความซับซ้อนของสังคมร่วมสมัยที่ เต็มไปด้วยความผกผัน ในขณะที่ให้ความสำคัญกับความตึงเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนไปมาของสภาวะ การรับรู้ และการดำรงอยู่ ผู้ชมถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสำรวจและเคลื่อนที่ไปมาระหว่างโลกคู่ขนานที่ ศิลปินสร้างขึ้น

 

Merz Maze 2 (drag on) เป็นการทดลองที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานของ เถกิง พัฒโนภาษ ที่สำรวจการปะทะกันของการรับรู้ทางสายตาและประสบการณ์ทางร่างกาย ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นก้าวใหม่ที่มีความเสี่ยงในหนทางศิลปะของเถกิง โดยเฉพาะในแง่การละทิ้งการควบคุมอย่างสูงและการทดลองอย่างดีไปสู่การเปิดรับ ความบังเอิญและความยุ่งเหยิง Merz Maze 2 (drag on) นำเสนอพื้นที่ภายในที่สามารถเข้าถึงแต่ไม่อาจบรรลุถึง ซึ่งสานต่อการสืบสวนการไม่อาจเข้าถึงโลกภายในที่ศิลปินดำเนินการมาแล้วอย่าง ยาวนาน

 

ด้วยอิทธิพลจากการออกแบบกล้องส่องทางเรือดำน้ำและขั้น บันได “สกาลา เรเจีย” ของ จาน ลอเรนโซ เบอร์นีนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางเข้าสู่วาติกัน อุโมงค์ขนาดใหญ่ของเถกิงเชื้อเชิญให้ผู้ชมเดินทางผ่านสิ่งที่ดูเป็นเส้นทาง เดี่ยวแสนยาวแห่งความสับสนน่าฉงน งานจัดวางที่มีพื้นที่ด้านในที่มีเสน่ห์เย้ายวนเป็นการซ้อนชั้นและสร้างผิว สัมผัสอย่างซับซ้อนโดยอาศัยวัสดุที่คุ้นเคยกันดีในการบริโภคของมวลชนและการ ทำพิธีกรรมในแต่ละวัน ในงาน Merz Maze 2 (drag on) การเดินทางของร่างกายถูกผนวกเข้ากับการรับรู้ทางสายตา ในขณะที่ความตื่นเต้นก็ปะทะกับความผิดหวัง ซึ่งเป็นการตั้งคำถามต่อสัญญาของผัสสะของมนุษย์และของโลกแห่งวัตถุ

 

งาน Quark IV ของ เออิจิ ซูมิ นำเราสู่ดินแดนแห่งความตรึงใจที่สร้างความรู้สึกใกล้ชิดสิ่งที่มีขนาดเล็ก ที่สุดแต่บ่งชี้ถึงโลกภายนอกที่ยิ่งใหญ่ไพศาล อันได้แก่จักรวาล ชื่อผลงานชิ้นนี้กล่าวถึงอนุภาคมูลฐานที่เล็กที่สุดของสสารที่เรียกว่า “ควาร์ก” ซึ่งเป็นพื้นฐานของมวลทั้งหมดในโลกทางกายภาพ จากการทำงานประสานกันของแสง กลศาสตร์อากาศ และสารสีที่สะท้อนแสง ศิลปินสามารถจัดแจงอนุภาคขนาดเล็กที่วาบแสงและหมุนคว้างอย่างเช่นฝุ่นผงใน แสงไฟ

 

ด้วยแรงบันดาลใจจากการบรรจบกันระหว่างศิลปะและ วิทยาศาสตร์ งานเชิงกลศาสตร์ของซูมิสร้างประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจ งานจัดวาง Quark IV ถูกเติมเต็มด้วยงานเสียงที่ทำโดย ฮิโรชิ มิยาตะ ซึ่งช่วยขับเน้นความรู้สึกของการเป็นโลกอื่น ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจและชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศจะ ดำรงอยู่จนชั่วเวลาที่เครื่องกลหยุดเพื่อเริ่มทำงานใหม่ ซึ่งส่งสัญญาณให้เห็นวัฏจักรของพลังที่ซ่อนอยู่ที่ทำให้สสารเกิดขึ้น

 

ส เตฟานี โพเวลล์ นำเสนอผลงานวิดีโอสองช่องที่ใช้ชื่อว่า After the Smoke Clears and the Dust Settles ซึ่งเป็นการสำรวจการเมืองของวัฒนธรรมพันธุ์ผสม ความคิดเกี่ยวกับเวลา และโครงสร้างอันน่าหวาดหวั่นที่รองรับสิ่งเหล่านี้อยู่ ในวิดีโอช่องหนึ่ง ร่างกายของผู้หญิงที่แบบบางถูกห้อมล้อมไปด้วยทัมเบิลวีดที่กำลังหมุนกลิ้ง ทัมเบิลวีดซึ่งเป็นพืชลักษณะแห้งชนิดหนึ่งที่กลิ้งไปตามลมและนำพาเมล็ดไปยัง ที่ต่างๆ และในทางพฤกษศาตร์ถูกจัดประเภทให้เป็นไดสปอร์ ถือเป็นอุปมาที่เฉียบคมสำหรับชุมชนคนพลัดถิ่น ในงานของโพเวลล์ ทัมเบิลวีดถูกฉาบด้วยแลกเกอร์สีดำ ซึ่งเป็นสุนทรียะที่เป็นที่แพร่หลายในวัฒนธรรมป๊อปอเมริกันที่มาจากการอ้าง ถึงผลิตภัณฑ์ “ที่เป็นเอเชีย”

 

ภาระของสิ่งเคลือบทางวัฒนธรรม ถูกขยายใหญ่โดยวิดีโอช่องที่สองที่กำลังฉายภาพกลุ่มผู้หญิงสวมหน้ากากที่ กำลังเล่นเกม “รูปปั้น” ซึ่งเป็นกระบวนการที่จบลงด้วยการทำให้ร่างกายเปราะบาง การละเล่นนี้ยังอ้างถึงแนวคิดเรื่อง “สุนทรียศาสตร์แห่งการสาบสูญ” ของนักทฤษฎีวัฒนธรรมชื่อ พอล วิริลิโอ ตามความคิดของวิริลิโอ เราให้ความสำคัญและแสวงหาความรวดเร็ว และในขณะเดียวกันกลับรู้สึกสิ้นหวังไม่อยากพลาดช่วงเวลาใดๆ งานของโพเวลล์แสดงนัยถึงความเป็นจริงที่บิดเบือนในสังคมที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งมีการควบคุมแบบอัตโนมัติและดำเนินไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นทุกขณะ

 

เฉก เช่นเดียวกับเทคโนโลยีภาพและเสียง พัฒนาการทางสังคมและการเมืองมุ่งที่จะหาความกระจ่างและ “ความมั่นคง” ในฐานะที่เป็นภาพความก้าวหน้าที่เป็นที่โปรดปราน ความสนใจของ อานนท์ นงค์เยาว์ นั้นอยู่ขั้วตรงข้าม งานวิดีโอและเสียงอินเทอร์แอคทีฟของเขาเป็นปฏิปักษ์ต่อความมุ่งมาดปรารถนา ดังกล่าว ด้วยลักษณะดูทีเล่นทีจริงและมีไหวพริบ ผลงาน UnStoberry (this is not stoberry) นำเสนอและขัดขวางการถ่ายทอดสัญญาณสดและการฉายวิดีโอภาพผู้ชมโดยการทำให้ภาพ สั่นไหว เบลอ และเปลี่ยนสภาพ

 

ในขณะเดียวกัน การถ่ายทอดสดสัญญาณวิทยุก็ดึงดูดความสนในของผู้มาชมนิทรรศการ แต่การถ่ายทอดก็ถูกขัดจังหวะทันทีที่ปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมกำลังจะเกิดขึ้น ผลงาน UnStoberry ของอานนท์เผยความเป็นไปได้อื่นๆ ที่ความปรารถนาต่อ “ความมั่นคง” ตัดขาดออกไปอย่างได้ผล งานชิ้นนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน “เครื่องสร้างความสั่นคลอน” ที่ยอมให้เกิด “ตำหนิ” ที่ไม่เป็นที่ต้องการ หรือตัวตนที่เป็นไปได้ในแบบต่างๆ สิ่งที่คงที่คือส่วนเกินที่ควบคุมไม่ได้ และการปฏิเสธที่จะถูกบันทึกภาพและถ่ายทอด

 

 

เกี่ยวกับศิลปิน

 

ฮิ โรชิ มิยาตะ (เกิดปี 2510 ที่ประเทศญี่ปุ่น) มีภูมิหลังทางด้านดนตรี การทำงานของเขาเกี่ยวข้องกับเสียงที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ เขาทำงานเป็นนักประพันธ์เพลง นักออกแบบเสียง และอาจารย์อิสระ ในปัจจุบันเขาสร้างเสียงให้กับรายการโทรทัศน์สากลและรัฐวิสาหกิจของญี่ปุ่น ในขณะที่ก็รับงานด้านเสียงในประเทศไทยด้วย มิยาตะสำเร็จการศึกษาจาก University of Washington ที่เมืองซีแอตเทิล

 

อานนท์ นงค์เยาว์ (เกิดปี 2522 ที่ประเทศไทย) ทำงานกับสื่อที่หลากหลาย อาทิ เสียง วิดีโอ และงานจัดวาง โดยมักเป็นงานเฉพาะพื้นที่และงานในพื้นที่สาธารณะ การทำงานด้านเสียงของเขาสำรวจวิถีของการฟังและการได้ยินในฐานะที่เป็น เหตุการณ์ทางสังคมและการอาศัยการควบคุม อานนท์เป็น Co-Director ของ Chiang Mai Collective (CMC) ซึ่งเป็นเครือข่ายเปิดของศิลปินและผู้ที่ทำงานด้านเสียงที่มีความสร้างสรรค์ ในจังหวัดเชียงใหม่ อานนท์จบการศึกษาหลักสูตรศิลปบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

เถกิง พัฒโนภาษ (เกิดปี 2508 ที่ประเทศไทย) ทำงานศิลปะที่ข้องเกี่ยวกับความคิดเรื่องพื้นที่ แสง ร่างกายมนุษย์ และความสัมพันธ์ระหว่างสามสิ่งนี้ สื่อที่เขาใช้ครอบคลุมตั้งแต่ภาพวาด ภาพเขียน ประติมากรรม และงานจัดวาง ไปจนถึงงานเสียง วิดีโอ และแสงไฟ และในขณะเดียวกันก็พยายามลบเส้นแบ่งระหว่างสื่อต่างๆ เขาเป็นผู้อำนวยการ CommDe (หลักสูตรนานาชาติด้านการออกแบบนิเทศศิลป์) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เถกิงจบปริญญาโทจาก University of Wales ที่คาร์ดิฟฟ์ และปริญญาเอกจาก Cheltenham & Gloucester CHE ที่สหราชอาณาจักร

 

สเตฟานี โพเวลล์ (เกิดปี 2515 ที่ประเทศญี่ปุ่น) เกิดในฐานทัพเรืออเมริกันที่ประเทศญี่ปุ่น และต่อมาย้ายไปยังสหรัฐอเมริกา เธอทำงานกับสื่อหลายชนิด เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ ประติมากรรม แสงไฟ และงานจัดวาง ประเด็นเรื่องการก่อร่างสร้างตัวของวัฒนธรรมและการบริโภคที่เกี่ยวเนื่องกับ ชุมชนเอเชียน-อเมริกันเป็นใจความหลักในผลงานของเธอ ขณะนี้เธอเป็นอาจารย์อยู่ที่ Pratt Institute นครนิวยอร์ก เธอได้รับปริญญาศิลปมหาบัณฑิตจาก School of the Art Institute of Chicago

 

เออิ จิ ซูมิ (เกิดปี 2513 ที่ประเทศญี่ปุ่น) ย้ายไปพำนักที่นิวยอร์กในปี 2536 ที่ซึ่งเขาประกอบอาชีพด้านศิลปะและการออกแบบ งานของเขาส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยแสงไฟ ประติมากรรม และงานจัดวาง โดยมักเป็นการแสวงหาประสบการณ์ที่สร้างการมีส่วนร่วมที่เกิดจากการประสานกัน ของศิลปะและวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ และเป็นอาจารย์ประจำ CommDe ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซูมิจบการศึกษาด้านอุตสาหกรรมสัมพันธ์จาก Rikkyo University กรุงโตเกียว

 

 

วุธ ลีโน (เกิดปี 2525 ที่ประเทศกัมพูชา) เป็นศิลปิน ภัณฑารักษ์ และผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะของ Sa Sa Art Projects ที่กรุงพนมเปญ

 

 

 

 

ภาพรายละเอียดงาน Merz Maze 2 (drag-on) ปี 2016 โดย เถกิง พัฒโนภาษ

ไม้รีไซเคิล กระดาษแข็ง ผ้า และพลาสติก

Dimension variable

 

Untitled1

 

 

ภาพรายละเอียดงาน Quark IV ปี 2016 โดย เออิจิ ซูมิ กับ ฮิโรชิ มิยาตะ

สื่อผสม

Untitled

 

 

ผลงาน After the Smoke Clears and the Dust Settles ปี 2016 โดย สเตฟานี โพเวลล์

วิดีโอสองช่องพร้อมเสียง

ความยาว 5 นาที

Untitled4

 

 

ภาพร่างผลงานจัดวาง UnStoberry (this is not stoberry) ปี 2016 โดย อานนท์ นงค์เยาว์

งานจัดวางวิดีโอและเสียง

Dimension variable

 

Untitled3

 

 

**********

Oscillation

Exhibitios  : May 13, 2015            

**********

 

Oscillation

      

Opening Reception  May 13, 2015
    

 

หอศิลปวิทยนิทรรศน์

ชั้น 7 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330

โทรศัพท์: 02-218-2965 โทรสาร: 02-218-2907

อีเมล์: info.artcenterchula@gmail.com

www.car.chula.ac.th/art

Facebook: The Art Center – Chula

เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์: 9.00-19.00 น. เสาร์: 9.00-16.00 น.

ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

 

Print Friendly